Image of a brain

การรับรู้และการทำงานของสมองกับน้ำตาลในอาหาร

เนื้อหานี้เขียนโดย จูเลียต เคลโลว์ นักกำหนดอาหารวิชาชีพ (Registered Dietitian)

การรับรู้และการทำงานของสมองกับน้ำตาลในอาหาร

การทำงานด้านการรู้คิดหมายถึงกระบวนการทางสมองที่เกี่ยวข้องกับการรับรู้ และการประมวลผลข้อมูล ซึ่งรวมถึงความสามารถในการจดจำ การคิด การเรียนรู้ การมีสมาธิ การเข้าใจภาษา การตัดสินใจ และการแก้ไขปัญหา (1)

มีหลายปัจจัยที่สามารถส่งผลต่อการทำงานด้านการรับรู้ได้แก่ พันธุกรรม สุขภาพร่างกาย และสุขภาพจิตนอกจากนี้ปัจจัยด้านวิถีชีวิต เช่น การออกกำลังกายเป็นประจำ การไม่สูบบุหรี่ การจำกัดการดื่มแอลกอฮอล์ การนอนให้เพียงพอ รวมไปถึงการกระตุ้นสมอง และการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมอย่างสม่ำเสมอ ก็มีผลต่อการทำงานด้านการรับรู้คิดเช่นกัน (2, 3, 4, 5)

ความสามารถด้านการรู้คิดของมนุษย์มีการเปลี่ยนแปลงตลอดช่วงชีวิต โดยการทำงานด้านการรู้คิดแต่ละด้านมักมีช่วงที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในวัยที่แตกต่างกัน ก่อนจะค่อย ๆ ลดลงตามกระบวนการสูงวัยตามธรรมชาติ (6, 7) หากการทำงานของสมองเสื่อมลงเกิดขึ้นในก่อนวัยอันควร อาจได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นภาวะบกพร่องทางการรับรู้คิดเล็กน้อย (Mild Cognitive Impairment; MCI) ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะสมองเสื่อม (Dementia) ต่อปี ประมาณ 20% ของผู้ที่มีภาวะ MCI สามารถพัฒนาเป็นภาวะสมองเสื่อมได้ อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน เนื่องจากผู้ป่วยที่มีภาวะ MCI ในสัดส่วนใกล้เคียง อาจมีการทำงานด้านการรับรู้ที่ดีขึ้นได้จากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตเพื่อช่วยลดปัจจัยเสี่ยงของภาวะสมองเสื่อม ปัจจัยด้านวิถีชีวิตที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะสมองเสื่อม ได้แก่ความดันโลหิตสูง ระดับคอเลสเตอรอลสูง การสูบบุหรี่ การขาดการออกกำลังกาย และความโดดเดี่ยวทางสังคม (9) . For more information on dementia, click here.


 

บทบาทของอาหารต่อการทำงานด้านการรู้คิด

สมองต้องการพลังงาน สารอาหาร และน้ำอย่างเพียงพอและต่อเนื่องเพื่อให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สมองมีน้ำเป็นองค์ประกอบประมาณ 75% ดังนั้นการได้รับน้ำอย่างเพียงพอจึงมีความสำคัญ โดยการดื่มน้ำอย่างน้อย 2 ลิตรต่อวันมีส่วนช่วยในการคงไว้ซึ่งการทำงานด้านการรู้คิดให้เป็นปกติ (10) นอกจากนี้การศึกษายังพบว่าภาวะขาดน้ำ (Dehydration) อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถด้านการรู้คิดบางประการ เช่นสมาธิ การตัดสินใจ และการประสานงานของร่างกาย เมื่อร่างกายสูญเสียน้ำมากกว่า 2% ของน้ำหนักตัว(11)

ภาวะขาดน้ำอาจเกิดจากการสูญเสียน้ำจากเหงื่อมากเกินไป ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากหลายปัจจัยเช่น การออกกำลังกายเป็นเวลานาน สภาพสภาพอากาศร้อน ความชื้นสูง หรือการมีไข้ นอกจากนี้การเจ็บไข้ได้ป่วยที่ทำให้เกิดอาการท้องเสีย อาเจียน หรือปัสสาวะบ่อย (โรคเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี) รวมถึงการใช้ยาที่มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ซึ่งเพิ่มการผลิตปัสสาวะก็สามารถทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำมากขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำได้

สารอาหารหลายชนิดมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพสมอง โดยสมองอาศัย กลูโคส ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานหลัก (12) และได้มาจากการย่อยคาร์โบไฮเดรต ทั้งนั้น คาร์โบไฮเดรตมีส่วนช่วยในการทำงานของสมอง นอกจากนี้ ธาตุเหล็ก สังกะสี และไอโอดีนยังมีบทบาทในการทำงานด้านการรู้คิด ขณะที่ วิตามินบี1 บี3 บี6 บี7 บี9 บี12 วิตามินซี และแมกนีเซียม ยังมีส่วนช่วยในการทำงานทางจิตใจ (Psychological functioning) ซึ่งครอบคลุมกระบวนการทางจิต เช่น อารมณ์ การรับรู้ การคิด และความจำ (10)

Image of a brain

อาหารกับการทำงานด้านความรู้คิด

บทบาทของอาหารต่อการทำงานด้านการรู้คิดเป็นประเด็นที่ได้รับการศึกษาวิจัยอย่างต่อเนื่อง แถลงการณ์ฉันทำมติ (Consensus statement) ฉบับล่าสุดจากคณะผู้เชี่ยวชาญนานาชาติสรุปว่าโภชนาการมีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพสมองตลอดช่วงชีวิต และอาจช่วยคงไว้ซึ่งการทำงานด้านการรู้คิดรวมทั้งลดความเสี่ยงของการเสื่อมถอยของการทำงานด้านความคิดได้อีกด้วย (13)

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่างานวิจัยในปัจจุบันชี้ให้เห็นว่ารูปแบบการรับประทานอาหารโดยรวม (Overall dietary patterns) มีประสิทธิภาพในการส่งเสริมสุขภาพด้านการรู้คิดมากกว่าการได้ได้รับสารอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ยังพบว่าอาหารเมดิเตอร์เรเนียน (Mediterranean) และอาหาร MIND (Mediterranean-DASH Intervention for Neurodegenerative Delay) มีแนวโน้มที่ดีในการช่วยส่งเสริมการทำงานด้านการรู้คิด อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเน้นย้ำว่าหลักฐานที่เชื่อมโยงรูปแบบการรับประทานอาหารเฉพาะกับผลลัพด้านการรู้คิดยังจำกัด และจำเป็นต้องมีการศึกษาทางคลินิกที่มีคุณภาพสูงเพิ่มเติมเพื่อยืนยันผลดังกล่าว (14)

องค์กรอนามัยโลก (WHO) ยังให้ความสำคัญกับบทบาทของอาหารต่อการทำงานด้านการรู้คิด โดยแนวทางการลดความเสี่ยงของการเสื่อมถอยด้านการรู้คิด และภาวะสมองเสื่อม WHO แนะนำให้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และสมดุลและระบุว่าอาหารเมดิเตอร์เรเนียน อาจแนะนำสำหรับผู้ใหญ่ที่มีการทำงานด้านการคิดปกติหรือผู้ที่มีภาวะบกพร่องทางการรู้คิดเล็กน้อย (Mild Cogitive Impairment; MCI)

อย่างไรก็ตาม WHO ไม่แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มี วิตามินบี วิตามินอี กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน (Polyunsaturated fatty acids) หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารร่วมหลายชนิด (Multi-complex supplements) เพื่อป้องกันการเสื่อมถอยด้านการรู้คิดและ/หรือภาวะสมองเสื่อม เนื่องจากยังมีหลักฐานไม่เพียงพอที่จะสนับสนุนการใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้

WHO ยังแนะนำให้มีการดูแลและจัดการปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ เช่น ภาวะน้ำหนักเกิน ความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ (Dyslipidaemia) เช่น ระดับคอเลสเตอรอลสูง เพื่อลดความเสี่ยงของการเสื่อมถอยด้านการคิดและภาวะสมองเสื่อม ซึ่งปัจจัยเสี่ยงทั้งหมดนี้ล้วนสามารถได้รับอิทธิพลจากการรับประทานอาหาร (15)

น้ำตาลในอาหารส่งผลต่อการทำงานด้านการรู้คิดหรือไม่?

บางครั้งมีการกล่าวอ้างว่าการเปลี่ยนแปลงตามปกติของระดับน้ำตาลในเลือด (ทั้งที่มีระดับเพิ่มขึ้นและลดลง) อาจส่งผลต่อการทำงานด้านการรู้คิดบางประการ เช่น ความจำหรือสมาธิ อย่างไรก็ตามหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่มาจากคนที่มีสุขภาพที่ดีและปกติยังมีจำนวนจำจัด และให้ผลลัพท์ที่ไม่สอดคล้องกันจึงทำให้ไม่สามารถสรุปได้อย่างชัดเจนว่าความสามารถด้านความรู้คิดได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำตาลในเลือดที่อยู่ภายในช่วงปกติทางสรีระวิทยาในผู้ที่ไม่มีความปกติของการเผาผลาญ เช่น โรคเบาหวานชนิดที่ 2 หรือไม่ (16)

ในทางตรงกันข้ามในผู้ที่มีภาวะทนต่อกลูโคบกพร่อง (Impaired glusoce tolerance) หรือเป็นโรคเบาหวาน มีหลักฐานที่ชัดเจนกว่าว่า ระดับน้ำตาลในเลือดที่ต่ำกว่าหรือสูงกว่าช่วงปกติ อาจส่งผลเสียต่อการทำงานด้านการรู้คิดบางด้าน (17, 18, 19)

Image of sugars

น้ำตาลกับการทำงานด้านการรู้คิด

ผลกระทบโดยตรงของน้ำตาลในอาหารต่อการทำงานด้านการรู้คิดยังคงไม่ชัดเจน แม้ว่าการศึกษาเชิงสังเกตบางชนิดจะชี้ให้เห็นว่าการบริโภคน้ำตาลในปริมาณสูงเป็นเวลานาน อาจมีความเกี่ยวข้องกับการรู้คิดที่แย่ลง แต่การศึกษาอื่นกลับไม่พบความเกี่ยวข้องดังกล่าว (20, 21) อย่างไรก็ตาม การศึกษาเชิงสังเกตสามารถแสดงได้เพียงความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยต่าง ๆ และไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าน้ำตาลเป็นสาเหตุโดยตรงที่ส่งผลต่อการทำงานด้านการรู้คิด

นอกจากนี้น้ำตาลมักไม่ได้ถูกบริโภคเพียงลำพัง แต่เป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบการรับประทานอาหารโดยรวมซึ่งประกอบไปด้วยสารอาหารอื่น ๆ ที่อาจส่งผลต่อสุขภาพสมองจึงทำให้ยากที่จะระบุได้ว่าผลที่สังเกตพบเกิดจากน้ำตาลโดยเฉพาะ หรือเกิดจากองค์ประกอบอื่นของอาหารโดยรวม

การศึกษาเชิงทดลองที่ศึกษาผลระยะสั้นของน้ำตาลต่อการทำงานด้านการรู้คิดก็ให้ผลลัพธ์ที่ไม่สอดคล้องกันเช่นกัน (22) โดยการศึกษาบางชิ้นรายงานว่าการบริโภคกลูโคสช่วยให้ความจำสมาธิและความเร็วในการประมวลผลข้อมูลดีขึ้นขณะที่การศึกษาอื่นไม่พบพบผลดังกล่าว (19)

ในหลายการศึกษาผู้เข้าร่วมได้รับกลูโคสหลังจากการอดอาหารก่อนที่จะมีการประเมินการทำงานด้านการรู้คิดซึ่งทำให้ยากต่อการระบุว่าการเปลี่ยนแปลงที่พบจากน้ำตาลในอาหารโดยตรงหรือเป็นเพียงผลลัพธ์จากระดับน้ำตาลในเลือดที่เพิ่มขึ้นหลังจากการอดอาหาร (19)

การสรุป งานวิจัยเกี่ยวกับอาหารและการทำงานด้านการรู้คิดเป็นเรื่องที่ทำได้ยากเนื่องจากมีความแตกต่างในด้านการออกแบบกันศึกษา ลักษณะของผู้เข้าร่วม ตลอดจนวิธีการวิจัย และการวิเคราะห์ข้อมูล ตัวอย่างเช่น การศึกษาแต่ละชิ้นมีความแตกต่างกันอย่างมาก ในด้านปริมาณน้ำตาลที่ให้ รูปแบบของน้ำตาลที่บริโภคอายุ และภาวะสุขภาพของผู้เข้าร่วม การทดสอบในภาวะอิ่ม หรืออดอาหาร และช่วงเวลาระหว่างการให้กลูโคสกับการประเมินการทำงานด้านการรู้คิด นอกจากนี้ผลลัพธ์ด้านการรู้คิดที่ประเมินก็แตกต่างกัน โดยแต่ละการศึกษาก็วัดการทำงานด้านการรู้คิดคนละแบบ และใช้แบบทดสอบที่หลากหลาย (19, 21, 23)

Image of sweet cakes

สรุป

การขาดมาตรฐานที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันในการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับผลของน้ำตาลในอาหารต่อการทำงานด้านการรู้คิด ทำให้ยากต่อการเปรียบเทียบผลการศึกษาโดยตรงและการสรุปผลอย่างชัดเจนซึ่งช่วยอธิบายได้ว่าทำไมผลลัพธ์จากการศึกษาต่าง ๆ จึงมักไม่สอดคล้องกัน และสะท้อนถึงความจำเป็นของการงานวิจัยที่ออกแบบการศึกษาอย่างมีคุณภาพและเป็นระบบมากขึ้นในอนาคต

โดยสรุป หลักฐานในปัจจุบันชี้ให้เห็นว่า การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และสมดุล รวมทั้งการได้รับน้ำอย่างเพียงพอ น่าจะมีความสำคัญต่อการคงไว้ซึ่งการทำงานด้านการรู้คิด และสุขภาพสมองโดยรวม มากกว่ากว่าเน้นอาหารหรือสารอาหารใดชนิดหนึ่ง เช่น น้ำตาลในอาหาร

ทบทวนครั้งล่าสุด: มีนาคม 2026
กำหนดทบทวนครั้งถัดไป: มีนาคม 2029
 

การอ้างอิง

1. ScienceDirect. Cognitive Function. Available at: https://www.sciencedirect.com/topics/neuroscience/cognitive-function

2. Colita E, et al. Cognitive Decline in Ageing and Disease: Risk factors, Genetics and Treatments. Curr Health Sci J. 2024;50(2):170-180. 

3. Iqbal S, et al. The association between mental health and cognitive ability: Evidence from the Understanding Society survey. PLoS One. 2025;20(10):e0318910. 

4. Gómez-Soria I, at al. Cognitive stimulation and cognitive results in older adults: A systematic review and meta-analysis. Arch Gerontol Geriatr. 2023;104:104807. 

5. Samtani S, et al. SHARED consortium for the Cohort Studies of Memory in an International Consortium (COSMIC). Associations between social connections and cognition: a global collaborative individual participant data meta-analysis. Lancet Healthy Longev. 2022;3(11):e740-e753. 

6. Hartshorne JK, Germine LT. When does cognitive functioning peak? The asynchronous rise and fall of different cognitive abilities across the life span. Psychol Sci. 2015;26(4):433-43. 

7. Deary IJ, et al. Age-associated cognitive decline. Br Med Bull. 2009;92:135-52. 

8. Anand S, Schoo C. StatPearls [Internet]. Mild Cognitive Impairment. NIH National Library of Medicine. 

9. Avila-Villanueva M, Avila J. Reversion or compensation of mild cognitive impairment to normal cognition: strategies to prevent the development of Alzheimer’s disease continuum. Explor Neuroprot Ther. 2024;4:392–400. 

10. European Commission. EU Register of Health Claims. Available at: https://food.ec.europa.eu/food-safety/labelling-and-nutrition/nutrition-and-health-claims/eu-register-health-claims_en

11. Liska, D et al. Narrative Review of Hydration and Selected Health Outcomes in the General Population. Nutrients. 2019;11(1):70. 

12. Mergenthaler, P et al. Sugar for the brain: the role of glucose in physiological and pathological brain function. Trends Neurosci. 2013;36(10):587.

13. Johnstone AM, et al. Consensus statement on exploring the Nexus between nutrition, brain health and dementia prevention. Nutr Metab (Lond). 2025;22(1):82. 

14. Johnstone AM, et al. Consensus statement on exploring the Nexus between nutrition, brain health and dementia prevention. Nutr Metab (Lond). 2025;22(1):82. 

15. World Health Organization. Risk Reduction of Cognitive Decline and Dementia. WHO Guidelines. 2019. Available at: https://iris.who.int/server/api/core/bitstreams/8fc586d7-b864-42eb-9274-95462496b328/content

16. Kirvalidze M, et al. The role of glucose in cognition, risk of dementia, and related biomarkers in individuals without type 2 diabetes mellitus or the metabolic syndrome: A systematic review of observational studies. Neurosci Biobehav Rev. 2022;135:104551

17. Chen M, et al. Association between Insulin Resistance and Cognitive Impairment. J Coll Physicians Surg Pak. 2022;32(2):202-207. 

18. Ye M, et al. Effect of hypoglycemic events on cognitive function in individuals with type 2 diabetes mellitus: a dose-response meta-analysis. Front Neurol. 2024;15:1394499. 

19. Lin Y, et al. Relationship between glycemic control and cognitive impairment: A systematic review and meta-analysis. Front Aging Neurosci. 2023;15:1126183. 

20. Gillespie KM, et al. The Impact of Free and Added Sugars on Cognitive Function: A Systematic Review and Meta-Analysis. Nutrients. 2023;16(1):75.

21. Gillespie KM, et al. The Impact of Free Sugar on Human Health-A Narrative Review. Nutrients. 2023;15(4):889. 

22. García CR, et al. Effect of glucose and sucrose on cognition in healthy humans: a systematic review and meta-analysis of interventional studies. Nutr Rev. 2021;79(2):171-187. 

23. Riby LM. The Impact of Age and Task Domain on Cognitive Performance: A Meta-Analytic Review of the Glucose Facilitation Effect. Brain Impairment. 2004;5(2):145-165.