Person holding an umbrella

ภาวะความหลากหลายทางระบบประสาท

ภาวะความหลากหลายทางระบบประสาท

ความหลากหลายทางระบบประสาท (Neurodivergence) หมายถึง ความแตกต่างตามธรรมชาติของวิธีที่สมองประมวลผลข้อมูล ซึ่งส่งผลให้บุคคลมีความแตกต่างกันในด้านพฤติกรรม การเรียนรู้ การรับรู้ประสบการณ์ หรือการตอบสนองต่อสิ่งต่าง ๆ เมื่อถูกเปรียบเทียบกับรูปแบบที่สังคมกำหนดไว้ว่าเป็น “ปกติ” (Typical) ภาวะความหลากหลายทางระบบประสาท ไม่ใช่ความผิดปกติหรือการวินิจฉัยทางการแพทย์อย่างเป็นทางการ และยังไม่มีรายการลักษณะเฉพาะที่ได้รับการยอมรับร่วมกันอย่างเป็นสากลสำหรับภาวะนี้

ตัวอย่างของภาวะความหลากหลายทางระบบประสาท ได้แก่ ภาวะออทิสติกสเปกตรัม (Autism Spectrum Disorder; ASD) โรคสมาธิสั้น (Attention Deficit Hyperactivity Disorder; ADHD) ดิสเล็กเซีย (Dyslexia) ดิสแพรกเซีย (Dyspraxia) และกลุ่มอาการทูเร็ตต์ (Tourette’s syndrome) (1) โดยรวมแล้วภาวะเหล่านี้ส่งผลต่อประชากรทั่วโลกประมาณ 15 ถึง 20% หรือมากกว่าหนึ่งพันล้านคน (2) ซึ่ง ADHD และ ASD เป็นภาวะที่ได้รับการศึกษามากที่สุด ปัจจัยทางพันธุกรรม ชีวภาพ และสิ่งแวดล้อมมีแนวโน้มที่จะมีบทบาทต่อการเกิดภาวะหลากหลายทางประสาท (3)

 

อาหารมีความเชื่อมโยงกับภาวะหลากหลายทางประสาทหรือไม่?

งานวิจัยบางส่วนชี้ให้เห็นว่า เมื่อหญิงตั้งครรภ์ได้รับวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นอย่างเพียงพอ บุตรของพวกเขามีความเสี่ยงที่ลดลงต่อการพัฒนาของภาวะออทิสติกสเปกตรัม (ASD) หรือโรคสมาธิสั้น (ADHD) อย่างไรก็ตามการศึกษาเหล่านี้เป็นการเชิงสังเกต (Observatinal studies) และไม่ได้แสดงให้เห็นว่าอาหารเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดหรือสามารถป้องกันภาวะหลากหลายทางระบบประสาทได้ (4, 5)

Tropical fruits

อาหารและภาวะความหลากหลายทางประสาท

หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันยังชี้ให้เห็นว่าอาหารมีบทบาทเป็นสาเหตุของการเกิดภาวะความหลากหลายทางระบบประสาท หรือการปรับเปลี่ยนอาหารสามารถส่งผลต่อภาวะต่าง ๆ ได้อย่างมีนัยสำคัญ การศึกษาส่วนใหญ่เป็นการศึกษาเชิงสังเกต (Observational studies) ดังนั้นจึงไม่สามารถระบุได้ว่าอาหารมีผลโดยตรงต่อพฤติกรรมหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ลักษณะของภาวะความหลากหลายทางระบบประสาทอาจส่งผลต่อพฤติกรรมการรับประทานอาหาร ซึ่งอาจส่งผลต่อการได้รับสารอาหาร ลักษณะที่พบได้ทั่วไปมี ดังนี้ อาจทำให้บางคนรู้สึกวิตกกังวลเกี่ยวกับอาหาร มีปัญหาในการรับรู้ความหิว หรือความอิ่ม ชอบรสชาติ หรือเนื้อสัมผัสของอาหารบางประเภท หรือจำเป็นต้องจัดเตรียมและนำเสนออาหารในรูปแบบ (6)

รูปแบบพฤติกรรมเหล่านี้อาจนำไปสู่การรับประทานอาหารที่จำกัดหรือมีความหลากหลายของอาหารน้อยลง นอกจากนี้ งานวิจัยยังพบอัตราการเกิด ความผิดปกติด้านการรับประทานอาหาร (Eating disorders) ที่สูงขึ้นเช่น Avoidant Restrictive Food Intake Disorder (ARFID) หรือภาวะหลีกเลี่ยงและจำกัดการรับประทานอาหาร ในผู้ที่มี ASD และ ADHD (7) ปัญหาด้านระบบทางเดินอาหารและความไวต่ออาหารพบได้บ่อยขึ้นเช่นกัน และอาจส่งผลเพิ่มเติมต่ออาหารที่สามารถรับประทานได้หรือเลือกที่จะรับประทาน

ปัจจัยทั้งหมดนี้อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการขาดสารอาหาร รวมถึงสารอาหารที่จำเป็นต่อการทำงานของสมอง การรับรู้ และอารมณ์ (8) ข้อค้นพบนี้สอดคล้องกับการทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบและการวิเคราะห์อภิมาน (Systematic review and Meta-analysis) ล่าสุดซึ่งพบว่าเด็กที่มี ASD มีการได้รับโปรตีน วิตามิน เอ, บี1, บี2, บี3, ดี, เค และโฟเลตต่ำกว่าอย่างมีนัยยะสำคัญ (9)

แม้ว่าหลักฐานที่สนับสนุนการใช้การปรับเปลี่ยนอาหารเพื่อจัดการกับภาวะความหลากหลายทางระบบประสาทยังจำกัด แต่ความสนใจของสาธารณชนต่อ “อาหารเฉพาะทาง” (Special diets) ยังคงอยู่ในระดับสูง (10) อาหารเหล่านี้อาจรวมถึง การรับประทานอาหารแบบตัดอาหารบางชนิดออก (Exclusion diets) เช่น อาหารปราศจากกลูเตน อาหารปราศจากเคซีน หรืออาหารคีโตเจนนิก รวมถึงการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เช่น วิตามิน บี6 กรดไขมันโอเมก้า-3 หรือธาตุเหล็ก แม้ว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอาจมีประโยชน์เมื่อได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อแก้ไขหรือป้องกันภาวะขาดสารอาหาร (11) แต่หน่วยงานด้านสุขภาพชั้นนำยังไม่แนะนำอาหารหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดใดเป็นการเฉพาะเพื่อการหรือรักษา ASD หรือ ADHD (6, 12, 13)

น้ำตาลในอาหารและ ASD 

ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่บ่งชี้ว่า น้ำตาลเป็นสาเหตุของ ASD งานวิจัยที่ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการบริโภคน้ำตาลกับอาการของ ASD หรือพฤติกรรมบางอย่างยังให้ผลที่ไม่ชัดเจน โดยการศึกษาบางส่วนพบความสัมพันธ์ระหว่างการบริโภคน้ำตาลหรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลในปริมาณสูงกับอาการของ ASD ที่เด่นชัดมากขึ้น (14) ขณะที่การศึกษาอื่น ๆ ไม่พบความสัมพันธ์ดังกล่าว (15)

แนวทางการรับประทานอาหารบางรูปแบบเช่นอาหารคีโตเจนนิก (Ketogenic diet) ซึ่งจำกัดการบริโภคคาร์โบไฮเดรต รวมถึงน้ำตาล ได้รับการส่งเสริมให้ใช้เพื่อจัดการกับอาการของ ASD อย่างไรก็ตาม หลักฐานเกี่ยวกับประสิทธิภาพของอาหารเหล่านี้ยังมีจำกัด และการรับประทานอาหารในลักษณะดังกล่าวอาจนำไปสู่การขาดสารอาหารได้ ตามคำแนะนำของ National Health Service (NHS) ของสหราชอาณาจักร แนวทางการรับประทานอาหารดังกล่าวจึงไม่แนะนำให้ใช้ (6)
 

น้ำตาลในอาหารและ ADHD

แนวคิดที่ว่าการบริโภคน้ำตาลในปริมาณสูงเป็นตัวกระตุ้นหรือทำให้เกิดอาการของ ADHD รุนแรงขึ้น ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันที่สนับสนุน แม้ว่าการศึกษาเชิงสังเกตบางส่วนจะพบความเป็นไปได้ของความความสัมพันธ์ดังกล่าว (16) แต่ยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนเพียงพอที่จะสนับสนุนว่าน้ำตาลมีบทบาทเป็นสาเหตุของ ADHD หรือทำให้เกิดอาการรุนแรงขึ้น (17,18)

การศึกษาที่พบความสัมพันธ์ระหว่างการบริโภคน้ำตาลกับ ADHD ไม่สามารถระบุได้ว่าการบริโภคน้ำตาลในปริมาณที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการ ADHD หรือการมีอาการดังกล่าวส่งผลให้บริโภคน้ำตาลมากขึ้น หรือความความสัมพันธ์ที่พบอาจสะท้อนถึงปัจจัยอื่น ๆ ด้านอาหารหรือวิถีชีวิต การทบทวนการศึกษาแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม (Randomised controlled trials) ไม่พบหลักฐานสนับสนุนการงดน้ำตาลเพื่อใช้เป็นวิธีการรักษา ADHD ในเด็กหรือวัยรุ่นสำหรับข้อมูล (19)

เพิ่มเติมโปรดดูหัวข้อ น้ำตาลในอาหารและภาวะสมาธิสั้น 

 

cereal bars

สรุป

แม้ว่า ASD, ADHD และภาวะความหลากหลายทางระบบประสาทอื่น ๆ อาจส่งผลต่อพฤติกรรมการรับประทานอาหารของบุคคล แต่ยัง ไม่มีหลักฐานที่น่าเชื่อถือเพียงพอที่จะสนับสนุนแนวคิดที่ว่าการบริโภคน้ำตาลมีบทบาทต่อการเกิดภาวะความหลากหลายทางระบบประสาทหรือส่งผลต่ออาการหรือพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับภาวะเหล่านี้

ทบทวนครั้งล่าสุด: มีนาคม 2026

กำหนดทบทวนครั้งถัดไป: มีนาคม 2029

การอ้างอิง

1. National Autistic Society. Autism and Neurodiversity. Available at: https://www.autism.org.uk/advice-and-guidance/identity/autism-and-neurodiversity

2. Worldmetrics.org. Neurodivergent Statistics. Published 2025. Available at: https://worldmetrics.org/neurodivergent-statistics/

3. CALM. Wondering if you're neurodivergent? Here's what it really means. Available at: https://blog.calm.com/blog/neurodivergent-meaning

4. Li M, et al. Preconception and Prenatal Nutrition and Neurodevelopmental Disorders: A Systematic Review and Meta-Analysis. Nutrients. 2019;11(7):1628. 

5. Zhong C, et al. Maternal Dietary Factors and the Risk of Autism Spectrum Disorders: A Systematic Review of Existing Evidence. Autism Res. 2020;13(10):1634-1658. 

6. NHS. Eating, drinking and diet for neurodivergent children and young people. 2024. Available at: https://www.bedslutonchildrenshealth.nhs.uk/neurodiversity-support/a-whole-person-approach/eating-drinking-and-diet-for-neurodivergent-children-and-young-people/

7. National Eating Disorders Association. Eating Disorders and Neurodiversity. Available at: https://www.nationaleatingdisorders.org/eating-disorders-neurodiversity/

8. Lawrence, K et al. NEURODIVERGENCE: Evidence based considerations for Nutritional Therapy and Personalised Lifestyle Support. 2025.

9. Alhrbi A, et al. Nutritional Status of Children Diagnosed With Autism Spectrum Disorder: A Systematic Review and Meta-Analysis. J Hum Nutr Diet. 2025;38(4):e70099. 

10. Hopf K P, et al. Use and Perceived Effectiveness of Complementary and Alternative Medicine to Treat and Manage the Symptoms of Autism in Children: A Survey of Parents in a Community Population. J Altern Complement Med.. 2016;22(1):25-32. 

11. British Dietetic Association. Autism and Diet. 2021. Available at: https://www.bda.uk.com/resource/autism-diet.html

12. World Health Organization. Autism. 2025. Available at: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/autism-spectrum-disorders?

13. World Health Organization. Mental Disorders. 2025. Available at: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/mental-disorders

14. Tan S, et al. The association between sugar-sweetened beverages and milk intake with emotional and behavioral problems in children with autism spectrum disorder. Front Nutr. 2022;9:927212. 

15. Neurolaunch. Autism and Sugar: Separating Fact from Fiction in Their Complex Relationship. 2024. Available at: https://neurolaunch.com/autism-and-sugar/

16. Farsad-Naeimi A, et al. Sugar consumption, sugar sweetened beverages and Attention Deficit Hyperactivity Disorder: A systematic review and meta-analysis. Complement Ther Med. 2020;53:102512. 

17. Del-Ponte B, et al. Dietary patterns and attention deficit/hyperactivity disorder (ADHD): A systematic review and meta-analysis. J Affect Disord. 2019;252:160-173. 

18. Del-Ponte B, et al. Sugar consumption and attention-deficit/hyperactivity disorder (ADHD): A birth cohort study. J Affect Disord. 2019;243:290-296. 

19. Uldall Torp NM, Thomsen PH. The use of diet interventions to treat symptoms of ADHD in children and adolescents - a systematic review of randomized controlled trials. Nord J Psychiatry. 2020;74(8):558-568.